การพูดคุยไม่เพียงแต่จะบ่งลักษณะ และบอกเป็นนัย
เกี่ยวกับบุคลิกของคนผู้นั้นเพียงเท่านั้น หากแต่จะหมายรวมถึงนิสัยใจคอและพื้นฐาน
จิตใจ ของคนที่พูดอีกด้วย และแน่นอนว่าคุณจะอ่านได้ขาด
จากปากที่กำลังเปล่งเป็นสำเนียงออกมา
หากเราจะอ่านใจใครสักคน เราจะอ่านคน ๆ
นั้นจากวัตถุของเขา และการตั้งใจคุยกับคน ๆ ถ้าพูดจาแบบ....เรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ พ่อตาตาย
แม่ยายเสีย พล่ามไปทั่ว วนไปวนมาไม่รู้จบ เรื่องเดิมประเด็นเดียว
แต่เที่ยวเอามาเล่าสู่กันฟังนับร้อยรอบ จนคนนั่งฟังไฟมอดหลับคางาน ฟันธงได้ว่าคน
แบบนี้ เป็นคนที่มีความคิดไม่เป็นระบบ ไม่มีจุดยืนในบางเรื่อง นิสัยหยาบๆ
แต่ไม่คาย ข้อดีคือเป็นคนคบได้ เพราะคนแบบนี้เป็นคนที่เจือจานคนรอบข้าง จริงใจ
ถ้าพูดจาแบบ...ประจบประแจง
แม้ฟังกระดากกระเดื่องหูบ้างในบางครั้ง เพราะดูจะอวยกันเกินไป อย่างน้อยเราก็
ได้ฟังสิ่งที่ดีก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ (แม้จะรู้ว่าไม่จริงใจ)
เพราะคนที่พูดจาเช่นนี้มีเจตนาดีกับคนอื่น อยากเห็นคนรอบข้างมีความสุข
ชอบประนีประนอม ไม่ชอบสร้างศัตรู มองโลกในแง่ดี แต่ติดว่าขาดความมั่นใจในตัวเองไปนิด
อย่าลืมดูเหตุผลอื่นประกอบด้วยว่าคนพูด หวังผลประโยชน์อะไรจากผู้ฟังหรือเปล่า
สังเกตได้จากหากคนนั้นไม่เคยที่จะได้ว่าชมใครออกจากปาก แต่จู่ๆ
ก็ได้ยินคำหวานยกยอปอปั้นออกจากปากซะงั้น ให้มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนเลยว่า
เขาหวังอะไรหรือเปล่า
ถ้าพูดจาแบบ... ถามห้วน ตอบสั้น
เรียกง่ายๆ พูดน้อย (ถ้าต่อยหนักด้วย นั่นก็อีกเรื่อง)
ไม่จริงเสมอไปที่คนพูดน้อยแล้วจะคิดเยอะ เพราะบางทีเขาหรือเธอก็ไม่ได้ฟังคำถามด้วย
ซ้ำไป แต่แน่นอนว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดเผย โดยเฉพาะเรื่องราวส่วนตัวของตัวเอง
(ด้วยไม่รู้จะสื่อสารวิธีไหน เพราะถ้าคุยกันทางโทรจิตได้
คงกลายเป็นคนที่เปิดเผยที่สุดคนหนึ่ง!)
เป็นคนไม่ค่อยเก็บรายละเอียดเล็กน้อยที่รายล้อมรอบข้างสักเท่าไหร่
เป็นมนุษย์เรียบง่าย รักสันโดษ ชอบเก็บตัว แต่ต้องการคนดูแล ตามสถิติคู่รัก
น่าแปลกที่พบว่า ส่วนใหญ่คนที่ไม่ค่อยพูด
มักจะลงเอยและเข้าคู่กันได้ดีกับคนที่พูดมากนักแล!
ถ้าพูดจาแบบ...ถามก็ยาว ตอบก็ยิ่งยาว
รับรองเป็นคนเปิดเผยมาก ออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่เชื่อถือยากหน่อย
เป็นประเภทล้านหาร ยิ่งถามคนอื่นแต่ตอบเรื่องตัวเอง ยิ่งแล้วใหญ่
ในบางขณะอาจหมายถึงคนที่พูดมีความในใจที่อยากจะพูดออกมา
คนประเภทนี้นอกจากจะพูดคุยแล้ว ยังชอบบ่นด้วย ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง
ติดจะขี้โอ่นิดๆ ไม่ค่อยมีลับลมคมในอะไรกับใครเขา หรือถ้ามีก็เผลอ ออกมาจนหมด
แต่เป็นคนที่มีทักษะการพูดที่ยอดเยี่ยม ต่างจากคนพูดเยอะธรรมดาข้างต้น
ในขณะเดียวกันที่ตอบคำถามยาว เพราะเรียบเรียงสิ่งที่พูดไม่ค่อยถูก
ถ้าพูดจาอีกแบบ...แต่เสือกตอบด้วยคำถาม
อันนี้ต้องยกตัวอย่าง
เช่น
A
: ถามว่า “เราใส่เสื้อตัวนี้แล้วดูแก่ไหม ?”
แล้ว B : ตอบว่า “แล้วชอบมั้ยล่ะ
?” อ้าว ! เอาไงกันนี่ !!!!
คนที่พูดแบบนี้แสดงว่าเป็นคนช่างคิด และชอบตั้งคำถามกับทุกอย่าง แต่ค่อนข้างจะโลเล
และคล้อยตามง่าย ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่มีความมั่นใจ แต่ก็ ขี้เกรงใจ
ซึ่งถือเป็นเรื่องดี หากแต่มากไปจะทำให้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
และไม่ค่อยคิดอะไรเอง ทั้งนี้ต้องดูกาละและเทศะเป็นสำคัญ
ถ้าพูดจาแบบ...วกไปวนมา เฉกเช่นคนเมา
(กาแฟ) อยู่ตลอดเวลาก็ไม่ปาน นั่นอาจจะเป็นคนขี้อาย ประหม่า และแสดงอาการหวาด ๆ
หวั่น ไม่สั่นแต่ก็ไม่กล้า ต่อบุคคลที่คุยด้วย เป็นคนเก่งที่แสดงออกไม่ค่อยเก่ง
กล่าวคือเก่งทักษะแทบทุกด้าน ยกเว้นการพูด กลัวการแสดงออก
และขัดแย้งในตัวเองกับทุกเรื่อง เจ้าความคิดและสร้างสรรค์
เพราะมีอภิมหาเมกะโปรเจคท์อยู่ในหัว ร้อยแปด ในขณะเดียวกันก็เป็นคนใจดี อบอุ่น
เพราะความพยายามในการที่จะให้ผู้ฟังเข้าใจ และถ้าได้ยินคำพูด แบบฟันธงชัด ๆ
จากเขาหรือเธอคนนี้เมื่อไหร่ ขอให้คนฟังเก็บไปจดไว้เป็นคติพจน์ได้เลย (เพราะนาน ๆ
จะเรียบเรียบได้สักประโยค !)
“เพียงพบสบตา...รู้หน้าไม่รู้ใจ”
คำนี้เป็นอมตะและใช้ได้อยู่เสมอ ไม่เสื่อมคลาย
เราจะรู้ได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ เป็นคนเช่นไร ไม่ใช่เรื่องยาก
และบางครั้งกาลเวลาก็ไม่ได้มีคำตอบให้กับทุกอย่าง...เสมอไป
หากแต่ต้องการการวิเคราะห์จากเบื้องหน้าลงลึกสู่จิตใจในเวลา You are what
you talk พูดอย่างไรก็เป็นแบบนั้น